การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ "EKG"

20 เมษายน 2566



การตรวจ EKG สำคัญต่อสุขภาพอย่างไร

      จากการรายงานสถิติขององค์การอนามัยโลก  (WHO)  ในปี 2565  การเสียชีวิตทั่วโลก  มีสาเหตุสำคัญจากโรคหัวใจ และหลอดเลือดมากถึงร้อยละ 32 หรือประมาณ 17.9ล้านคน  สำหรับประเทศไทยพบผู้เสียชีวิตจากโรคหัวใจ และหลอดเลือดมากถึงปีละ 7 หมื่นราย  โรคหัวใจเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ  ของคนไทยโดยพบว่าทุกๆ 2 ชม จะมีเสียชีวิต 1 คน จากโรคหัวใจ  โดยปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด  ได้แก่ ความดันโลหิตสูง  ไขมันในเลือดสูง  เบาหวาน  การสูบบุหรี่  ซึ่งอาจจะเกิดการละเลยพฤติกรรมทางสุขภาพหรือขาดการตรวจสุขภาพประจำปี  นอกจากนี้ยังอาจจะเกิดความเสี่ยงตามอายุและพันธุกรรม

 

EKG คืออะไร

     การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ Electrocardiogram  หรือที่เรียกกันแบบเข้าใจง่ายๆว่า  EKG คือ การตรวจคลื่นกระแสไฟฟ้าที่หัวใจ  ซึ่งทำหน้าที่ในการควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจ   อัตราการเต้นของหัวใจ   กล้ามเนื้อหัวใจ   ว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นที่ส่วนใดหรือไม่   สามารถตรวจได้สะดวกรวดเร็ว  ไม่เจ็บ  และสามารถวินิจฉัยสำหรับผู้ป่วยที่สงสัยว่าจะเป็นโรคหัวใจ และเป็นตัวชี้นำในไปสู่การตรวจทางหัวใจให้เหมาะสมกับโรคหรือภาวะที่เราสงสัย ได้อย่างถูกต้อง


ใครบ้างที่ควรได้รับการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ

  • ผู้มีอายุ 35 ปีขึ้นไป

  • ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจ เช่น ไขมันในเลือดสูง สูบบุหรี่ เบาหวาน ชอบรับประทานของมันของทอด 

  • ผู้ที่มีอาการผิดปกติ เช่น ใจสั่น เจ็บหน้าอก เหนื่อยง่าย วิงเวียนศีรษะ

  • ผู้ที่ตรวจพบความดันโลหิตสูง หรือมีอาการลิ้นหัวใจรั่ว
     

คลื่นไฟฟ้าหัวใจบ่งบอกอะไรได้บ้าง
 

  • อัตราการเต้นของหัวใจ

  • จังหวะการเต้นของหัวใจ

  • รอยโรคที่เคยเป็น เช่น โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

  • ตรวจวัดขนาดของกล้ามเนื้อหัวใจ

  • คลื่นไฟฟ้าหัวใจที่อาจแสดงถึงเส้นเลือดเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจตีบตันได้

 

การเตรียมตัวก่อนตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ

        ก่อนทำการตรวจ EKG ผู้รับบริการ  ไม่ต้องมีการอดน้ำและอาหาร  ผู้รับบริการต้องแจ้งถึงข้อมูลถึงการใช้ยา  โรคประจำตัวผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร  วิตามินเสริมอื่นๆ  ที่รับประทานอยู่ในขณะนั้น  รวมไปถึงการใช้อุปกรณ์ช่วยการทำงานของหัวใจ  แก่เจ้าหน้าที่ทราบและหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายก่อนเข้ารับการตรวจ  เพราะอาจส่งผลต่อผลการตรวจที่ออกมาได้

ขั้นตอนในการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ

     การตรวจทำได้โดย การวัดคลื่นไฟฟ้าของหัวใจ  ผ่านทางสื่อนำคลื่นไฟฟ้าขนาดเล็กที่วางไว้ตามจุดต่างๆ  ของร่างกายจำนวน 10 จุด ได้แก่หน้าอก แขน และขา  ซึ่งใช้เวลาประมาณ 5 นาที  แล้วบันทึกผลการตรวจจากกราฟแสดงคลื่นไฟฟ้าหัวใจนั้น ลงบนกระดาษ ในขณะตรวจผู้เข้ารับการตรวจ จะต้องนอนหงายลงบนเตียง ทำตัวผ่อนคลายและควรอยู่ให้นิ่งที่สุด

 

คลื่นไฟฟ้าหัวใจผิดปกติควรได้รับการตรวจอะไรเพิ่ม

     ในการตรวจวัดคลื่นไฟฟ้าของหัวใจ บางทีอาจจะไม่พบสิ่งผิดปกติในคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ของผู้ที่มีปัญหาโรคหัวใจบางชนิดได้ เนื่องจากถ้าหัวใจไม่ได้ทำงานหนักขึ้นการเปลี่ยนแปลงของคลื่นไฟฟ้าหัวใจอาจจะยังไม่เกิดขึ้น ดังนั้นอาจต้องมีการตรวจซ้ำหลายครั้ง  หรือมีการตรวจวินิจฉัยด้วยวิธีอื่นๆ ร่วมด้วย ดังนี้

  1. Exercise Stress test(EST):  การวิ่งสายพานเป็นการตรวจโดยที่ผู้ตรวจ  ออกกำลังกายหรือการทดสอบบนลู่วิ่ง เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบหัวใจของผู้ป่วย  ในขณะที่ออกกำลังกาย การทดสอบนี้สามารถช่วยระบุได้ว่าหัวใจ ได้รับเลือดและออกซิเจน  เพียงพอหรือไม่ในระหว่างการออกกำลังกาย วิธีนี้มีแพทย์และเจ้าหน้าที่พยาบาลดูแลอย่างใกล้ชิด หากมีความผิดปกติแพทย์จะตรวจดูและ รู้ได้ทันที                                                                                                                                                                   
  2. Holter:   Holter เป็นอุปกรณ์พกพา  ที่ผู้ป่วยสวมใส่เพื่อบันทึกกิจกรรม  ในระหว่างติดอุปกรณ์  และมีการบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ในช่วง 24 ถึง 72 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ การทดสอบนี้ สามารถช่วยระบุจังหวะการเต้นของหัวใจ ที่ผิดปกติซึ่งอาจไม่ปรากฏในคลื่นไฟฟ้าหัวใจเพียงครั้งเดียว                                                                                                                                                                                                                                                                                          
  3. Echocardiogram (Echo):  Echo  ใช้คลื่นเสียงเพื่อสร้างภาพหัวใจ การทดสอบนี้สามารถช่วยประเมินขนาด รูปร่าง  และประสิทธิภาพการทำงานของหัวใจ และสามารถระบุปัญหา เกี่ยวกับลิ้นหัวใจหรือโครงสร้างอื่นๆได้ วิธีนี้เป็นวิธที่ง่าย สะดวก ไม่เจ็บเหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย

 

     "การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ EKG " เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ไม่ก่อให้เกิดอันตราย ไม่ยุ่งยากสะดวกรวดเร็ว ไม่มีผลข้างเคียงในการตรวจหากพบว่ามีความผิดปกติ เป็นผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง หรือมีอาการดังกล่าว อย่าชะล่าใจ ให้เข้ามารับการตรวจเช็กคลื่นไฟฟ้าหัวใจตั้งแต่เนิ่นๆหรืออย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง อย่าลืมดูแลสุขภาพตัวเองและคนที่เรารักกันนะคะ

#เราไม่อยากให้ใครป่วย

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : แผนกอายุรกรรม
โทร. 02-408-0101 , 02-408-0102

 

สอบถามเพิ่มเติม  / นัดหมายพบแพทย์

เพิ่มเพื่อน