มะเร็งเต้านม รู้เร็ว รักษาได้ มีโอกาสหายมากกว่าปล่อยลุกลาม

05 ตุลาคม 2566

นายแพทย์ ศาสตรา ทัพศาสตร์

“คนมักใช้ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการดูแลสุขภาพตัวเองไปทำงานหนัก
เพื่อใช้เงินที่ได้มานั้นไปรักษาโรคของตัวเองในภายหลัง”

 

            ช่วงเวลาแห่งความสงบและการยอมรับ ช่วงอายุ 60-80 ปีนี้นอกจากหลานชายตัวน้อยแล้วอาจไม่ค่อยมีอะไรกวนใจคุณผู้หญิงสักเท่าไหร่ แต่ยัง ยังหรอก ด้วยอายุนี้ความเสี่ยงของมะเร็งเต้านมยังไม่จบแต่กลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ถึงแม้ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้น แต่โชคดีที่เรามีความรู้

            การตรวจพบมะเร็งเต้านมในระยะแรก แม้จะทำให้คุณต้องเจอกับภาระทางการเงินบ้าง และความรู้สึกที่อาจได้มีมะเร็งเป็นของตัวเองก่อนคนอื่น แต่นั่นยังคุ้มค่า เพราะคุณมีทางเลือกมากกว่าผู้ป่วยมะเร็งเต้านมในระยะแพร่กระจาย การตรวจพบมะเร็งเต้านมล่าช้า ทำให้ทางเลือกการรักษามีจำกัด  อาจได้รับทั้งเคมีบำบัด การฉายแสง และการผ่าตัด ซึ่งทั้งมีค่าใช้จ่ายสูง และใช้ชีวิตลำบากกว่า

            เฌอปังในวัย 65 ปี เธอยังคงเป็น Influencer สายสุขภาพอยู่ เธอนั่งอยู่ที่ห้องตรวจและฟังศัลยแพทย์เต้านมกำลังพูดเรื่องมะเร็งเต้านมในระยะแรก ข้อมูลจำนวนมากถาโถมเข้ามาในหัว แต่เธอยังคงสงบใจ เธอนึกถึงเพื่อนของเธอที่เป็นมะเร็งเต้านมระยะรุนแรงและกำลังรับการรักษาที่มากไปด้วยขั้นตอน อะไรที่เป็นความแตกต่างระหว่างสองคนนี้ การตรวจแมมโมแกรมไง

            ช่วงแรก เฌอปังอาการไม่ค่อยชัดเท่าไร เธอสังเกตตอนที่ตรวจเต้านมด้วยตนเองที่ตอนที่คุณหมอแนะนำให้ทำอย่างน้อยเดือนละครั้งแต่ไม่เจออะไร จนถึงวันที่คุณหมอนัดเธอไปตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยแมมโมแกรม (Mammogram) ผลเอกซเรย์พบว่าเธอมีก้อนที่เต้านมขนาดเล็กจนแทบคลำไม่ได้ และเมื่อเก็บตัวอย่างก้อนไปตรวจ ผลคือ เธอเป็นมะเร็งระยะแรก คุณหมอบอกว่าส่วนใหญ่ถ้ามีอาการมักไม่ค่อยเป็นระยะแรกแล้วล่ะ ยิ่งถ้ามีรอยบุ๋ม หัวนมบอด หรือก้อนที่รักแร้ด้วย ยิ่งอาจเป็นระยะลุกลามแล้ว และนั่นคือเพื่อนของเธอคนนั้น

            ปัญหาค่าใช้จ่ายรักษาเป็นอีกภาระที่น่ากังวล เฌอปังเข้ารับการผ่าตัดและฉายแสงเท่านั้น การรักษาด้วยวิธีนี้ใช้ในผู้ป่วยมะเร็งระยะแรกๆ ค่าใช้จ่ายน้อยกว่า และไม่ค่อยทรมานเท่าไร ในขณะที่เพื่อนของเธอนั้นต้องผ่าตัดเต้านมข้างนั้นออก รับเคมีบำบัด ฉายแสง และยาอื่นๆ อีก ค่าใช้จ่ายสูงกว่าหลายเท่า ภาวะแทรกซ้อนมากกว่า และอัตราการรอดชีวิตจากมะเร็งต่ำกว่าอีกด้วย

            คงจะดีถ้าโรงพยาบาลเหมือนกับโรงแรมจนแยกไม่ออก การรักษามะเร็งเต้านมต้องนอนในโรงพยาบาลต่างกันไปตามระยะความรุนแรง แน่นอน ระยะแรกคุณคงได้กลับไปนอนบ้านเร็วกว่า เฌอปังแทบไม่ต้องนอนโรงพยาบาลด้วยซ้ำเพราะการผ่าตัดมะเร็งขนาดเล็กจิ๋วจนแทบคลำไม่ได้ เธอไม่มีเหตุผลต้องนอนโรงพยาบาลนานซะหน่อย อย่างน้อยเธอก็ได้กลับไปเล่นกับหลานก่อนคนอื่นๆ (ใครจะไม่ชอบเล่นกับหลานของตัวเองกันล่ะ) แตกต่างจากเพื่อนของเธอที่ต้องผ่าตัดเต้านมออกไปข้างหนึ่ง มีแผลยาวเป็นคืบ มีสายพลาสติกยื่นออกจากหน้าอก ต้องนัดมารับเคมีบำบัดเป็นระยะ ดูเพื่อนของเธอไม่มีความสุขเท่าไหร่

            คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งเต้านมสองคนนี้แตกต่างกันสุดขั้ว เฌอปังกลับไปทำงานที่เธอชอบในฐานะ Influencer สายสุขภาพที่มีผู้ติดตามมาเกือบทั้งชีวิต (ตอนนี้อายุน่าจะพอๆ กับเธอแหละ) เธอรู้สึกระคายเคืองผิวหนังจากการฉายแสงบ้าง แต่นั่นไม่ได้สำคัญอะไรเลยเมื่อเทียบกับสิ่งที่เธอยังสามารถสนุกกับมันได้ ผิดกับเพื่อนของเธอที่รู้สึกอ่อนเพลีย คลื่นไส้ ผมร่วง อารมณ์ขึ้นลง อย่างไรก็ตาม นั่นไม่ใช่ความผิดของเธอ เพียงแต่หากย้อนเวลากลับไปได้ เพื่อนเธอน่าจะเข้าไปที่เพจของเธอบ้าง

            เฌอปังขอบคุณที่การแพทย์ให้โอกาสกับเธอ สิ่งสำคัญที่สุดคือเวลา เธอเลือกที่จะลงทุนสักนิดเพื่อให้ได้รู้อะไรมากขึ้นเกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านมที่พบบ่อยเป็นอันดับต้นๆ ของผู้หญิง การได้เจอมะเร็งได้เร็วกว่าคนอื่นกลายเป็นเรื่องดี เธอได้รับการรักษาที่ดี รักษาคุณภาพชีวิตที่ดีดังเดิมไว้ และน่าเสียดายที่เพื่อนเธอน่าจะฟังเธอบ้าง เธอหวังว่าผู้หญิงคนอื่นจะไม่คิดว่า “มะเร็งเป็นเรื่องของคนอื่นและโชคเท่านั้น” การเสียเวลาสักนิดในแต่ละปีเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับเธอ


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
 
เพิ่มเพื่อน

บทความโดย

อ่านข้อมูลเพิ่มเติม
นพ. ศาสตรา ทัพศาสตร์
ความชำนาญ : แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาศัลยศาสตร์ทั่วไป