ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์ปรึกษาแพทย์ (โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย)

ตั้งแต่วันนี้ - 31 กรกฎาคม 2565

 
บทความโดย :  นพ.ปัญจพล วิทิตวโรดม (ศัลยแพทย์กระดูกสันหลังและข้อ)

คุณกำลังมีอาการเหล่านี้หรือไม่ ?

  • ปวดหลัง หรือปวดบริเวณช่วงเอว เป็น ๆ หาย ๆ​หลังจากทานยาอาการยังไม่ดีขึ้น
  • ปวดร้าวจากสะโพกลงไปถึงขาหรือบริเวณเท้า​ร่วมกับมีอาการชาร่วมด้วย
  • เดินได้ไม่นาน ต้องหยุดพัก เนื่องจากมีอาการปวดหลังร้าวถึงบริเวณขา หรือมีอาการชามากขึ้น
  • มีอาการอ่อนแรงของขา หรือมีปัญหาเกี่ยวกับการควบคุมการขับถ่าย (เกิดขึ้นในรายที่มีอาการรุนแรง)
จากอาการข้างต้น เป็นอาการที่ถือเป็นสัญญาณเตือนที่ควรระวัง ซึ่งอาจเกิดจากหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท โดยส่วนใหญ่พบว่า ผู้ป่วยที่มีอาการนี้มักอยู่ใน “วัยทำงานมากที่สุด”
 

สาเหตุของการเกิดโรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท เกิดจากหมอนรองกระดูกที่อยู่บริเวณกระดูกสันหลังถูกทำลายจนเสียหาย ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ มาจากความเสื่อมของหมอนรองกระดูก จากการใช้งานที่ส่งผลต่อกระดูกสันหลังโดยตรงเป็นระยะเวลานาน เช่น การก้มหลังยกของหนัก การนั่งขับรถนาน การทำกิจกรรมที่ต้องก้มๆ เงยๆ เป็นประจำ หรือจากการได้รับบาดเจ็บ จึงทำให้มีอาการปวดเฉพาะที่ เช่น ปวดหลังไม่หาย ปวดบริเวณเอวด้านล่างลงมาถึงสะโพกหรือต้นขาด้านหลัง แต่หากกดทับเส้นประสาทผู้ป่วยจะมีอาการปวดขา อาการชา อ่อนแรง หรือเจ็บบริเวณแนวเส้นประสาทที่ถูกกดทับ ยิ่งกดทับมากขึ้นเท่าไร อาการปวดจะเพิ่มมากขึ้นจนปวดตลอดเวลา
 

พฤติกรรมเสี่ยง ที่นำไปสู่หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

  • มีน้ำหนักตัวมากเกินไป
  • อุบัติเหตุหกล้ม​
  • การยกของที่มีน้ำหนักมากเกินไป
  • การอยู่ในท่าใดท่าหนึ่งเป็นเวลานานเกินไป นานมากกว่า 2 ชั่วโมงติดต่อกันโดยไม่เปลี่ยนอิริยาบถ รวมถึงการขับรถระยะทางไกลโดยไม่พัก
  • ขาดการออกกำลังกาย หรือการออกกำลังกายที่ส่งผลต่อหมอนรองกระดูกสันหลังมากเกินไป

การตรวจวินิจฉัยหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

  • จากการซักประวัติ​และการตรวจร่างกาย​อย่างละเอียด​ จะทำให้แพทย์​ได้ข้อมูลที่เพียงพอที่จะวินิจฉัย​และทำการรักษา
  • การเอกซ์เรย์ เพื่อให้แพทย์วินิจฉัยเบื้องต้น และแยกความผิดปกติที่เกิดขึ้นออกจากสาเหตุอื่น ๆ ที่ทำให้ผู้ป่วยมีอาการเจ็บปวด 
  • ซีทีสแกน แพทย์จะทำซีทีสแกนเพื่อตรวจดูโครงสร้างของแนวกระดูกสันหลังมักจะทำในกรณีที่การวินิจฉัยโรค​จากภาพเอกซเรย์แล้วพบมีความผิดปกติ​ของกระดูก​สันหลัง
  • เอ็มอาร์ไอ(MRI)​หรือการทำสแกนคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า  การทำMRI ในการตรวจวินิจฉัย​หมอนรอง​กระดูก​ทับ​เส้น​ประสาทมักจะทำในกรณีที่แพทย์สงสัยภาวะการกดทับของหมอนรองกระดูก​ที่รุนแรง​ การรักษาผู้ป่วยด้วยการให้ยาและการทำกายภาพบำบัด​แล้วผู้ป่วยยังคงมีอาการที่ไม่ดีขึ้น​ ภาพจากการทำMRI จะช่วยให้แพทย์​วินิจฉัย​ได้ตรงจุดและวางแผนการรักษาในขั้นต่อไปให้กับผู้ป่วยได้

 

การรักษากระดูกทับเส้น

ส่วนใหญ่แล้ว อาการกระดูกทับเส้นจะค่อย ๆ ดีขึ้นหากผู้ป่วยได้พักผ่อน ออกกำลังกาย และรับประทานยาบรรเทาอาการของโรค ซึ่งจะใช้เวลาฟื้นตัวประมาณ 1-3 เดือน อย่างไรก็ตาม วิธีรักษากระดูกทับเส้นมีหลายวิธีขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของอาการและตำแหน่งที่หมอนรองกระดูกเคลื่อน ซึ่งสามารถแบ่งได้ดังนี้
 

  • การรักษาแบบประคับประคอง  เป็นการรักษาด้วยยาที่ระงับอาการปวดที่เส้นประสาท ร่วมกับการทำกายภาพบำบัด​อย่างต่อเนื่อง
  • การฉีดยาสเตียรอยด์เข้าโพรงกระดูกสันหลัง  การรักษาวิธีนี้ใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยได้รับการรักษาแบบประคับประคองแล้ว แต่อาการไม่ดีขึ้น หรือมีอาการปวดจากการที่เส้นประสาทโดนรบกวน​ที่แพทย์​ผู้ทำการรักษาวินิจฉัย​ว่าไม่ต้องทำการผ่าตัด
  • การผ่าตัดผ่านกล้องเอ็นโดสโคป (Endoscope) หรือผ่านกล้องMicroscope โดยทั่วไปจะทำเมื่อการรักษาด้วยวิธีอื่นไม่ได้ผลและผู้ป่วยยังมีอาการชา กล้ามเนื้ออ่อนแรง เดินหรือยืนลำบากนานมากกว่า 3-6 เดือน หรือไม่สามารถควบคุมการขับถ่ายอุจจาระและปัสสาวะได้ แพทย์จะผ่าตัดเพื่อนำหมอนรองกระดูกที่เคลื่อนและกดทับเส้นประสาทออกไป ซึ่งมีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในแต่ละราย

 
อาการปวดหลัง เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ส่งผลต่อสุขภาพ ดังนั้นไม่ควรชะล่าใจหรือปล่อยทิ้งไว้ เพราะการเข้ารับการตรวจรักษาแต่เนิ่นๆ จะทำให้ผลการรักษาดีกว่า เมื่อมีอาการผิดปกติเกิดขึ้นให้รีบเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกสันหลัง คุณไม่จำเป็นต้องกับอาการปวดที่เกิดขึ้น เพราะการรักษาที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีคุณภาพอีกครั้ง
 

สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ : ศูนย์กระดูกและข้อ
โทร : 02-408-0103
สอบถามเพิ่มเติม / เพิ่มเพื่อน Line 
เพิ่มเพื่อน